OCR 06WT
1. ส่วนผสมของสารสกัดพลูและฝางแบบเสริมฤทธิ์สำหรับต้านเชื้อก่อโรคทางทันตกรรม ที่ซึ่ง
ประกอบรวมด้วย สารสกัดใบพลูในตัวทำละลายประเภทไม่มีขั้ว อัตราส่วน 0.2 ถึง 1 ส่วน ต่อ
สารสกัดฝางในตัวทำละลายประเภทไม่มีขั้ว อัตราส่วน 0.02 ถึง 8 ส่วน
2. ส่วนผสมของสารสกัดพลูและฝางแบบเสริมฤทธิ์ต้านเชื้อก่อโรคทางทันตกรรม ตามข้อถือสิทธิที่ 1
ที่ซึ่ง อัตราส่วนที่เหมาะสม ระหว่าง สารสกัดใบพลูในตัวทำละลายประเภทไม่มีขั้ว ต่อ สารสกัด
ฝางในตัวทำละลายประเภทไม่มีขั้ว ได้แก่ 0.25 ถึง 0.5 ส่วน ต่อ 0.1 ถึง 4 ส่วน ตามลำดับ
3. ส่วนผสมของสารสกัดพลูและฝางแบบเสริมฤทธิ์ต้านเชื้อก่อโรคทางทันตกรรม ตามข้อถือสิทธิที่ 1
หรือ 2 ที่ซึ่งตัวทำละลายประเภทไม่มีขั้ว สามารถเลือกได้จาก เฮกเซน แอลกอฮอล์ คิโตน เอสเทอร์
และไดคลอโรมีเทน ชนิดใดชนิดหนึ่ง หรือส่วนผสมของสารเหล่านี้
ส่วนผสมของสารสกัดพลูและฝางแบบเสริมฤทธิ์ต้านเชื้อก่อโรคทางทันตกรรม ตามข้อถือสิทธิที่ 3
ที่ซึ่งตัวทำละลายประเภทไม่มีขั้ว ที่ดีที่สุด คือ เฮกเซน
5. ส่วนผสมของสารสกัดพลูและฝางแบบเสริมฤทธิ์ต้านเชื้อก่อโรคทางทันตกรรม ตามข้อถือสิทธิที่ 1
ถึง 4 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง สารสกัดพลูในตัวทำละลายประเภทไม่มีขั้ว ที่เหมาะสม ได้แก่สารสกัดสาร
สกัดใบพลูในชั้นเอทิลอะซิเตท ที่ได้จากกระบวนการดังนี้
ก. นำใบพลูสะอาด ทำให้แห้งแล้วปั่นเป็นผงละเอียด
ข. นำผงที่ได้ จากขั้นตอน ก. ปริมาณหนึ่งส่วน หมักกับเฮกเซน (hexane) สามส่วนโดย
ปริมาตร คนผสมเป็นระยะ จนกระทั่งส่วนผสมไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงของสี
ค. กรองแยกตะกอนจากน้ำหมักในขั้นตอน ข. โดยเลือกเก็บเฉพาะส่วนก่อนมาหมักซ้ำด้วย
เฮกเซน ทำซ้ำตามขั้นตอนนี้ จนกระทั่งได้น้ำหมักครั้งสุดท้ายไม่มีสี จากนั้นจึงนำกากที่ได้
ครั้งสุดท้ายไประเหยเพื่อกำจัดเฮกเซน
ง. นำกากที่ผ่านการระเหยเฮกเซนออกจากขั้นตอน ค. ปริมาณหนึ่งส่วน หมักกับเอทิลอะชิ
เตท (ethy! acetate) ปริมาณสามส่วน โดยปริมาตร คนผสม
ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงของสี
จ. กรองแยกตะกอนจากน้ำหมักในขั้นตอน ง. จากนั้นนำตะกอนมาหมักซ้ำด้วยเอทิลอะซิเตท
และกรองแยกเก็บเฉพาะส่วนน้ำหมัก และนำตะกอนที่ได้หมักซ้ำด้วยเอทิลอะซิเตท ทำซ้ำ
ขั้นตอนนี้ จนกระทั่งได้น้ำหมักครั้งสุดท้ายไม่มีสี
ซ. กำจัดเอทิลอะซิเตท ออกจากน้ำหมักที่ได้จากขั้นตอน จ. ด้วยวิธีการระเหยแห้ง จะได้สาร
สกัดพลูในชั้นเอทิลอะซิเตท
6. ส่วนผสมของสารสกัดพลูและฝางแบบเสริมฤทธิ์ต้านเชื้อก่อโรคทางทันตกรรม ตามข้อถือสิทธิที่ 1
ถึง 4 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง สารสกัดฝางในตัวทำละลายประเภทไม่มีขั้ว ได้แก่สารสกัดฝาง โดยเฉพาะ
แก่นฝางในชั้นเอทานอล ที่ได้จากกระบวนการดังนี้
ก. นำแก่นฝางสะอาด ทำให้แห้งแล้วปั่นเป็นผงละเอียด
ข. นำผงที่ได้ จากขั้นตอน ก. ปริมาณหนึ่งส่วน หมักกับเฮกเซน (hexane) สามส่วนโดย
ปริมาตร คนผสมเป็นระยะ จนกระทั่งส่วนผสมไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงของสี จากนั้นกรอง
แขกน้ำหมักทิ้ง และนำตะกอนหมักซ้ำด้วยเฮกเซน ทำซ้ำจนกระทั่งได้น้ำหมักครั้งสุดท้าย
ไม่มีสี จากนั้นจึงนำกากที่ได้ครั้งสุดท้ายไประเหยเพื่อกำจัดเฮกเซน
ค. นำกากที่ผ่านการระเหยเฮกเซนออกจากขั้นตอน ข. ปริมาณหนึ่งส่วน หมักกับเอทิล-
อะซิเตท (ethyl acetate) ปริมาณสามส่วนโดยปริมาตร คนผสมเป็นระยะ ทิ้งไว้จนกระทั่ง
ส่วนผสมไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงของสี จากนั้นกรองแยกน้ำหมักทิ้ง และนำตะกอนมา
หมักซ้ำด้วยเอทิลอะซิเตท ทำซ้ำขั้นตอนนี้จนกระทั่งได้น้ำหมักครั้งสุดท้ายไม่มีสี แล้วจึง
นำกากที่ได้ครั้งสุดท้ายไประเหยเพื่อกำจัดเอทิลอะซิเตท
ง. นำกากที่ผ่านการระเหยเอทิลอะซิเตทออกจากขั้นตอน ค. ปริมาณหนึ่งส่วน หมักกับเอทา
นอล (cthanol) ปริมาณสามส่วนโดยปริมาตร คนผสมเป็นระยะ ทิ้งไว้ จนกระทั่งส่วนผสม
ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงของสี จากนั้นกรองแยกเก็บน้ำหมักไว้และนำตะกอนมาหมักซ้ำ
ด้วยเอทานอลทำขั้นตอนนี้ จนกระทั่งได้น้ำหมักครั้งสุดท้ายไม่มีสี จะได้น้ำหมักเอทา
นอล
จ. กำจัดเอทานอลออกจากหมักเอทานอลที่ได้จากขั้นตอน ง ทั้งหมด ด้วยวิธีการระเหย จะได้
สารสกัดฝางในชั้นเอทานอล